เมื่อคืนนี้วันอังคารก่อนหน้านี้มีศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 8 กลุ่มสุดท้าย นัดที่ 2 ให้เลือกชมกัน 2 คู่ เลสเตอร์ – แอต.มาดริด กับ เรอัล มาดริด – บาเยิร์น มิวนิค หากเทียบเป็นภาพยนตร์ เกมระหว่าง "พระราชาชุดขาว" กับ "เสือใต้" น่าจะเป็นหนังแอคชั่นฟอร์มยักษ์ที่มีอัตราความมึนเมามัน 80,000 ตีนถีบ แถมพลุกพล่านด้วยศิลปินดังระดับซูเปอร์สตาร์ดุจดั่ง Fast 8 ที่กำลังโกยรายได้เป็นอย่างมากอยู่เวลานี้ ในขณะที่เกมระหว่าง เลสเตอร์ กับ แอต.มาดริด น่าจะเป็นเพียงแต่หนังแอคชั่นฟอร์มเล็กๆเกรด.บี เรื่อง "หมาจิ้งจอกน้อยหน้าหมี" ที่ไม่รู้ว่าดูแล้วจะสนุกสนานหรือเปล่า? แน่นอนว่าท่านผู้ชมทางบ้านส่วนใหญ่น่าจะเลือกชมเกมระดับ "Fast 8" ระหว่าง เรอัล มาดริด กับ บาเยิร์น มิวนิค มากยิ่งกว่า ด้วยคาดการณ์ได้ไม่ยากว่ามันน่าจะอุดมด้วยความสนุกสนานร่าเริงรวมทั้งตื่นเต้นมากยิ่งกว่าเกมอีกคู่ เนื่องจากว่าต่างฝ่ายอาจจะต่างเดินหน้าเต็มสปีดเข้าบดขยี้พลางรัวใส่กันด้วยอาวุธหนักนานาประเภทให้ตายหงส์ตายห่านไปข้าง ส่วนอีกคู่เป็นบอลสไตล์คล้ายกันเป็นย้ำเกมรับเหนียวแน่น ก่อนหาจังหวะเล่นงานแบบลอบฆ่า
Read More

ถึงที่นาทีนี้ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ยิงให้ แมนฯ ยูไนเต็ด ไปแล้วทั้งหมด 26 ประตู จากการลงเล่นทั้งปวง 41 นัดหมายในทุกรายการ โดยแบ่งเป็นการถล่มตาข่ายในพรีเมียร์ลีก 15 ประตู อืมมมมิลลิเมตร..ทำลายตาข่ายเสียจนสิ้นซากขนาดนี้ ถือว่าเยอะมากสำหรับกองหน้าที่แก่ 35 ขวบเข้าให้แล้ว ก่อนเปิดฤดูกาล ดาวยิงวัยดึกผู้นี้ถูกดูหมิ่นจากนักวิจารณ์ลูกหนังระดับโปรไลสังเวยว่าจะเจอกับความยากลำบากที่สุดในอาชีพการค้าแข้ง เนื่องจากที่นี่คือพรีเมียร์ลีก – สนามรบแข้งที่มีทั้งความรวดเร็วและก็หนักหน่วงบนอัตราความฮาร์ดคอร์เยอะที่สุดในเมืองมนุษย์ ช่วงนี้ใครก็ช่างที่เคยหมิ่นประมาทเขาเอาไว้ดูราวกับว่าโดนสตั๊ดของ "อิบรา" ยัดปากไปเป็นที่เป็นระเบียบเรียบร้อย ทีนี้ทดลองคิดเล่นๆ(ย้ำว่าคิดเล่นๆครับ) โดยเอาผลที่เกิดจากการแข่งขันที่เกิดขึ้นแล้วของ แมนฯ ยูไนเต็ด ในฤดูกาลนี้ที่ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ทำแต้มหลักๆมาหักจำนวนประตูที่เขายิงได้ในแมตช์นั้นออกไป ทำนองว่าถ้าเกิด ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ไม่ยิงประตูสำคัญในเกมที่เขายิงได้ ผลที่เกิดจากการแข่งขันของ แมนฯ ยูไนเต็ด จะออกมาเป็นอย่างไรนับเฉพาะในพรีเมียร์ลีกเสมอ เซาธ์หมูแฮมป์ตัน 0-0 (ยิง 2 ประตู แมนฯ ยูไนเต็ด ชนะ 2-0) เสมอ สวอนซี 1-1
Read More

สถานการณ์ของลิเวอร์พูลตอนนั้น หากเป็นผู้เจ็บป่วยติดเตียง อาการมีแต่ว่าทรงกับทรุด แพ้ติดอยู่บ้านสองครั้งต่อๆกัน ในขณะที่ก่อนโดนสวอนซีบุกลูบคลำคมเมื่อวันเสาร์ หงส์แดงพราวแพรวด์ลี่ พรีเซนต์ กระหยิ่มใจเสนอผลงานไม่มีพ่ายในแอนฟิลด์ นานผ่านปี ข้อเท็จจริงวันนี้ไม่ตั้งใจเขียนถึงความพ่ายแพ้ที่เลิกเส้นทางไปเวมบลีย์ เพราะเหตุว่าไม่มีอะไรแปลกใหม่ จากที่พึ่งจะแพ้ในดาร์บี้แมตช์ของศึก "หงส์สองตัวอยู่สระเดียวกันมิได้" แต่ว่าประเด็นที่ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับลิเวอร์พูล จากชัยชนะเพียงแค่ครั้งเดียวใน 7 เกมทุกรายการ นับจากออกสตาร์ตศักราชใหม่ แถมเป็นการชนะโรคหืดจับเหนือทีมต่ำดิวิชั่นกว่าจมหูอย่างพลีมัธ ผมรู้สึกว่าทุกคนอาจพอมีคำตอบอยู่บ้างแล้ว สำคัญกว่านั้นเป็นการระดมความเห็นหาทางออก เพราะเหตุว่าในเมื่อสถานการณ์เลวทรามมาถึงจุดนี้ เจอร คล็อปป์ ควรจะถึงเวลาลงมือทำอะไรหรือยัง เพื่อเปลี่ยน และผลักทีมให้กลับขึ้นมาผงาดอีกรอบผมเก็บมาเป็นข้อๆเท่าที่พอนึกออกในห้วงยังเซ็งเป็ด เอ๊ย เซ็งหงส์ 1. ฉีกรูปแบบการเล่นทั้งระบบ สไตล์ และแนวทางการให้ไม่เหมือนกับแพทเทิร์นเดิมๆซ้ำๆในช่วงเวลาที่ยังมี ซาดิโอ มาเน่ ในสนาม เพราะเหตุว่าจนกระทั่งเวลานี้ ผลงานชนะพลีมัธ เพียงแค่ทีมเดียวจาก 7 นัด และจำเป็นต้องใช้ช่องทางถึง 180 นาที เพื่อคว่ำทีมระดับลีก ทู นี้ได้ สะท้อนชัดเจนว่าการขาดมาเน่ ทิ้งปัญหาใหญ่ขนาดเท่าหลุมจากระเบิดปรมาณูเจอร คล็อปป์ ทราบนานแล้วว่าเขาไม่มีผู้แทนมาเน่ แบบ like for like
Read More

(||} สถานการณ์ปัจจุบันของสมรภูมิลำแข้งพรีเมียร์ลีก หลังจากผ่านไป 25 นัดหมาย แมนฯ ซิตี้ ทะลึ่งพรวดขึ้นมาด้อยกว่าหัวหน้าฝูงอีกแล้วครับ โดยตามหลัง "ว่าที่แชมป์" อย่าง เชลซี ที่สะดุดไปน้อยอยู่ 8 แต้ม กับอีก 13 เกมที่เหลือ – ถามคำถามว่ามันมากเกินกว่าจะไล่ตามทันหรือไม่? แน่นอนว่า…มากมาย ด้วยเหตุว่าทีมที่นำเป็นหัวหน้าฝูงอย่าง "สิงห์บลูส์" และก็ฤดูนี้เป็นทีมที่มาตรฐานสูง แถมแพ้ยาก แบบงี้ไล่อ่อนแรงนะครับ แต่ว่าย้อนกลับไปในฤดู 2011-12 แมนฯ ยูไนเต็ด เคยนำเป็นหัวหน้าฝูงโดยทิ้งห่าง แมนฯ ซิตี้ อยู่ถึง 8 แต้ม ในช่วงเวลาที่เหลือเพียงแค่ 6 นัดหมาย มองมุมไหนก็ไม่น่ามีปัญหา สุดท้ายพลพรรคซาตานแดงดันเบรคแตกแหกโค้งพุ่งตกเหวเมืองนรกดับสยอง…ซะอย่างนั้น ดูจากโปรแกรมที่เหลือ ลูกทีมของ อันโตนิโอ คอนเต้ ยังมีสิทธิ์เบรคแตกอยู่เช่นกัน ด้วยเหตุว่าพวกเขายังมีเกมที่จำต้องเจอกับ แมนฯ ซิตี้ โดยตรงอีกหนึ่งนัดหมายในบ้านตนเอง รวมทั้งการออกไปเยือน แมนฯ ยูไนเต็ด และก็ เอฟเวอร์ตัน
Read More

แล้วสิ่งที่ชาวหงส์หวาดสะดุ้งก็ยังคงเกาะกัดความรู้สึก ทีมที่ขึ้นชื่อว่าเป็น ''แชมเปี้ยน'' ในกรุ๊ปท็อปเซเว่นโดยไม่เคยแพ้เลย ก็ยังมักต้องตกอยู่ใต้เครื่องหมายคำถามว่าทำไมถึงเร่งสปีดไม่ขึ้นประจำยามปะทะทีมกรุ๊ปข้างล่างของตาราง มันไม่ใช่ทีแรก ครั้งสอง ครั้งสาม แต่มันหลายครั้งมากๆมีเสียงโห่เล็กๆถึง จอร์แดน ไอบ์ (What?) มีเสียงสดุดีถึง ดิว็อค โอริกี้ โดยพลันที่พุ่งชนจ่อๆให้ลิเวอร์พูลแซงนำ มีเสียงบ่นหนักแน่นถึงแท็กติกของ พบร คล็อปป์ อีกคราว ซึ่งจัดได้ว่าเป็นเหตุผลสำคัญเลยที่ทำให้เกมลงเอยด้วยการเสมอ โยนชัยชนะทิ้งที่แอนฟิลด์ ''คูตินโญ่เจ็บไข้ตอนพักครึ่ง ผมเลยต้องเปลี่ยนออก มันเป็นเรื่องที่จำต้องทำ'' ชายผู้สวมแว่นสายตาทรงกลมตอบเรื่องที่น่าสงสัย ถึงกระนั้นก็ยังมีคนไม่เข้าใจว่าทำไมต้อง โฌแอล มาติป ทำไมต้องปรับมาตึงเกมรับด้วยสามเซนเตอร์ฮาล์ฟ ทำไมไม่ แดเนียล สเตอร์ริดจ์ ไม่ เบน วู้ดเบิร์น หรือ อัลเบร์โต้ โมเรโน่ นี่บอร์นมัธ ไม่ใช่บาร์เซโลน่า… ''โอเค ผมแค่เห็นว่าบอร์นมัธมีกองหน้าสองคนที่มีความเร็ว ในช่วงเวลาที่ แดเนียล (สเตอร์ริดจ์) พึ่งจะหายมาอาจจะยังไม่เหมาะสมกับเกมประเภทนี้ ผมเลยเลือกแท็กติกแบบนั้น'' ฟังแล้ว กลายเป็นผลึกเช่นกันมั้ย 1. การที่เปลี่ยนมาใช้ข้างหลังสามด้วยการถอดนักฟุตบอลที่ฝากความคาดหวังได้มากสุดออกตั้งแต่นาที 65 ซึ่งเวลาที่เหลือขนาดนั้นอย่างไรก็นำพาการเสี่ยงที่จะเสีย โดยเฉพาะอย่างยิ่งยิ่งเมื่อพิเคราะห์จากความแน่นแฟ้นของเกมรับลิเวอร์พูลก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา
Read More

จ่ามู กุนซือฝีปากกล้าของ ผี คาดว่าเขาจะหมดสิทธิ์ลงเล่นเฮนริค มคิทาร์ยาน กับ ไมเคิล คาร์ริค ในเกมนัดชิงอีเอฟแอล คัพ กับ เซาแธมป์ตัน ในวันอาทิตย์ที่จะถึงนี้โดยทั้งคู่ได้รับบาดเจ็บในเกมเยือน แซงต์-เอเตียน ในศึกยุโรป้า ลีกรอบ 32 ทีมสุดท้ายเมื่อคืนที่ผ่านมา   เฮนริค มคิทาร์ยาน และ ไมเคิล คาร์ริค ได้รับบาดเจ็บทั้งคู่ระหว่างเกมการแข่งขันก่อนสุดท้ายจะโดนเปลี่ยนตัวออกไปในศึกยุโรป้า ลีกรอบ 32 ทีมสุดท้ายกับ แซงต์-เอเตียน ผลปรากฏว่า แมนยูบุกไปชนะด้วยคะแนน 1-0 ผลสกอร์ร่วม 4-0 ผ่านเข้ารอบต่อไป   ''ผมไม่ได้ยืนยันนะ แต่ผมคิดว่าพวกเขาไม่น่าจะไหว''

  จ่ามู กุนซือฝีปากกล้าของ แมนยู ออกมาให้กําลัง เคลาดิโอ รานิเอรี่ กุนซือของเลสเตอร์ ที่เพิ่งโดนปลดไป เลสเตอร์ เพิ่งประกาศปลดเคลาดิโอ รานิเอรี่ออกจากการเป็นผู้จัดการทีมเมื่อคืนที่ผ่านมา โดย  มูรินโญ่ ได้โพสต์ให้กําลังใจ รานิเอรี่ เมื่อทราบข่าวว่าเขาโดนปลด ''ไม่มีใครลบประวัติศาสตร์ที่นายเขียนขึ้นมาได้ แชมป์พรีเมียร์ และ ผู้จัดการทีมยอดเยี่ยมแห่งปีของฟีฟ่า''

|

เวย์น รูนีย์ กัปตันของทีมแมนยู หายจากอาการบาดเจ็บลงฝึกซ้อมได้อีกครั้ง ก่อนจะบุกเยือน แซงต์ เอเตียนในศึกยูโรปา ลีก รอบ 32 ทีม นัดสอง  โชเซ มูรินโญ กุนซือของทีมเผยก่อนหน้านี้ ว่าเขาไม่แน่ใจว่า หัวหอกวัย 31 ปี จะกลับมาฟิตทันนัดชิงชนะเลิศของถ้วยอีเอฟแอล คัพ หรือไม่ หลังจากที่นักเตะได้รับบาดเจ็บ ทำให้ไม่ได้ลงเล่นตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา นับเป็นข่าวดีอย่างยิ่งของแมนยู ที่ล่าสุด หัวหอก ทีมชาติอังกฤษ หายจากอาการบาดเจ็บสามารถลงซ้อมได้แล้ว ซึ่งอาจมีชื่อเป็นผู้เล่นในเกมยุโรปวันพฤหัสบดีนี้

|

มีรายงานแผ่นภาพปรากฏข้อความขับไล่ เหี่ยว นายใหญ่ของอาร์เซน่อล ในงานเดินขบวนประท้วง โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาในประเทศอังกฤษ   เวนเกอร์ โดนกระแสขับไล่อย่างหนักจากผลงานที่พาปืนใหญ่บุกไปโดนบาเยิร์น มิวนิคถล่มยับมา 1-5 ในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก   แม้เกมล่าสุดพวกเขาจะผ่านเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายเอฟเอ คัพไปได้ด้วยการชนะ ซัตตัน ยูไนเต็ด ไป 2-0 แต่ก็ไม่ได้สร้างความประทับใจให้สาวกปืนใหญ่แต่อย่างใด   โดยในงานประท้วง ทรัมป์ ในประเทศอิงลิชกับพบแผ่นภาพปรากฏข้อความขับไล่ อาร์แซน เวนเกอร์ มาด้วยสร้างความประหลาดใจให้ผู้พบเห็น

|

วาเลนติน อีสเซลิค กองกลาง นีซ เผยผิดหวังกับพฤติกรรมของ มาริโอ บาโลเตลลี ที่ดูเหมือนไม่อยากลงเล่นช่วยทีม บาโลเตลลี ป่วยเป็นหวัด จึงไม่มีชื่ออยู่ในนัด เมื่อคืนนี้ที่เสมอกับแรนส์ 2-2 ซึ่งก่อนหน้านี้ ลูเซียง ฟาฟร์ เฮดโค้ช ของ สโมสร  เพิ่งดร็อปเขาให้เป็นตัวสำรองในนัดพบกับแซงต์ เอเตียน ล่าสุด เนื่องจากไม่พอใจที่เขาไม่ชอบลงมาช่วยเกมรับ ไม่เพียงแค่ เฮดโค้ชของทีมที่มีความเห็นเช่นนี้ อีสเซลิค เพื่อนร่วมทีมของบาโลเตลลี ก็มีความเห็นเช่นเดียวกัน "ผมคิดว่าเขาดูเหมือนไม่อยากลงเล่นกับเรา น่าผิดหวังจริงๆ เราสมควรได้ใช้ความสามารถของเขาในเกมเช่นนี้"